Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/happyread/domains/happyreading.in.th/public_html/article/detail.php on line 193
การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 | บทความงานวิจัย | Happy Reading

แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

จิราภรณ์ ฉัตรทอง (2545) นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม (สังกัดสำนักงานสามัญศึกษา จังหวัดนครปฐม) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จำนวน 11 คน  ผลการวิจัย  พบว่า 1) นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน  ผู้ปกครอง  ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ  และครู คิดว่าแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยมีประโยชน์  ทำให้อ่านออก เขียนได้  และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2) แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน   มีประสิทธิภาพ 80.17/ 81.37 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/ 80 3) จากการทดลองใช้แบบฝึก  พบว่า  นักเรียนสนใจ ตั้งใจทำแบบฝึกทักษะ สามารถอ่านและเขียนคำได้ถูกต้องยิ่งขึ้น  แบบฝึกเข้าใจง่าย นักเรียนมีความเพลิดเพลินในการทำแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย 4)  ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสูงขึ้นหลังใช้แบบฝึกทักษะ

จิราภรณ์  ฉัตรทอง.  (2545).  การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน.  วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรและการนิเทศ). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.  อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ : อ.ดร.ประเสริฐ  มงคล  อ.ดร.วัชรา เล่าเรียนดี  และ รศ.กาญจนา คุณารักษ์.


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  (2) พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  (3) ทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  (4) ประเมินและปรับปรุงแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษไทย  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม (สังกัดสำนักงานสามัญศึกษา  จังหวัดนครปฐม) อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ประเด็นการสนทนากลุ่ม  แบบฝึกทักษะการอ่านและเขียนภาษาไทย  แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนภาษาไทย   สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ (%)  ค่าเฉลี่ย (X) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)  ค่า t-test แบบ Dependent  และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้


1.  นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ และครู ต้องการให้พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  โดยนำคำ 1 พยางค์  คำ 2 พยางค์  คำ 3 พยางค์  และคำ 4 พยางค์  มาสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  จากคำที่ง่ายไปหาคำที่ยากขึ้น  ผลที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครอง  พบว่า  แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยมีประโยชน์  ทำให้อ่านออก  เขียนได้  และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการสัมภาษณ์ผู้บริหารครู  พบว่า  ควรนำไปฝึกไปเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกทักษะสำหรับวิชาอื่นๆ


2.  แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ประกอบด้วย คำนำ วัตถุประสงค์ คำชี้แจง แบบฝึกการอ่านและการเขียน  คำ 1 พยางค์  คำ 2 พยางค์  คำ 3 พยางค์  และคำ 4 พยางค์  จำนวน 11 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยแบบทดสอบการอ่านและการเขียนคำก่อนเรียน แบบฝึกการอ่าน แบบฝึกการเขียน  แบบทดสอบการอ่านและการเขียนหลังเรียน แบบฝึกทักษะดังกล่าวมีประสิทธิภาพ 80.17/ 81.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/ 80


3.  การทดลองใช้แบบฝึก ใช้เวลาทั้งหมด 6 สัปดาห์ สัปดาห์ที่ 1-5 สอนสัปดาห์ละ 15 คาบ  สัปดาห์ที่ 6 ใช้เวลา 6 คาบๆ ละ 20 นาที  รวมใช้เวลาทั้งหมด 81 คาบ โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอนด้วยตนเอง พบว่า นักเรียนให้ความสนใจ ตั้งใจทำแบบฝึกทักษะ สามารถอ่านและเขียนคำได้ถูกต้องยิ่งขึ้น  แบบฝึกเข้าใจง่าย  ทำให้นักเรียนมีความเพลิดเพลินในการทำแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย


4.  ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนก่อนการใช้  นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ และครู มีความคิดเห็นว่าแบบฝึกมีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน  ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจภาษาไทยด้านการอ่านและการเขียน สนใจในการเรียน  นักเรียนมีความคิดเห็นว่าแบบฝึกทักทำให้เกิดความเพลิดเพลินและเข้าใจง่าย

แนะนำเมื่อ 15มี.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,197,628 ครั้ง