แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การเปรียบเทียบความลำเอียงของข้อสอบของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่าน ตามลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัว

นวลอนงค์ นันทวงค์(2541) นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาเอกการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำวิจัยเรื่องการเปรียบเทียบความลำเอียงของข้อสอบของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่าน ตามลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัว โดยกลุ่มอ้างอิงเป็นกลุ่มที่มีลักษณะการใช้ภาษาไทย และกลุ่มเปรียบเทียบ เป็นกลุ่มที่ใช้ภาษาพูดเป็นภาษาลาวพวนกับภาษาลาว ซึ่งเป็นการศึกษาด้วยวิธีวิเคราะห์ 3 วิธี คือ วิธีไคสแควร์ วิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน กลุ่มตัวอย่าง เป็นกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดลพบุรี จำนวน 900 คน ซึ่ง ผลการวิจัย พบว่า ในกลุ่มผู้สอบที่มีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวน พบว่า จำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียงจากการวิเคราะห์ความลำเอียงระหว่างวิธีไคสแควร์กับวิธีแมนเทล – แฮนส์เซส และวิธีไคสแควร์กับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนวิธีแมนเทล – แฮนส์เซลกับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนในกลุ่มผู้สอบที่มีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาว พบว่าจำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียงจากการวิเคราะห์ด้วยวิธีไคสแควร์กับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนวิธีไคสแควร์กับวิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีแมนเทล – แฮนส์เซลกับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ  สำหรับความเชื่อมั่นของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่านหลังจากคัดเลือกข้อสอบที่มีความลำเอียงออกแล้ว เมื่อมีวิธีวิเคราะห์ความลำเอียงแบบเดียวกัน ระหว่างลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวนกับภาษาลาว มีค่าแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

นวลอนงค์ นันทวงค์.(2541).การเปรียบเทียบความลำเอียงของข้อสอบของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่าน ตามลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัว.ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การวัดผลการศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบความลำเอียงของข้อสอบของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่าน ตามลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัว โดยกลุ่มอ้างอิงเป็นกลุ่มที่มีลักษณะการใช้ภาษาไทย และกลุ่มเปรียบเทียบเป็นกลุ่มที่ใช้ภาษาพูดเป็นภาษาลาวพวนกับภาษาลาว ซึ่งเป็นการศึกษาด้วยวิธีวิเคราะห์ 3 วิธี คือ วิธีไคสแควร์ วิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน โดยเปรียบเทียบจำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียงและค่าความเชื่อมั่นที่คำนวณแบบแบ่งครึ่งฉบับของแบบทดสอบหลังจากคัดเลือกข้อสอบที่มีความลำเอียงออกแล้ว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นกนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2542 ของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดลพบุรี จำนวน 900 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบสองขั้นตอน ผลการวิจัยได้ผลดังนี้

  1. จำนวนข้อสอบที่มีความสำเอียงจากการวิเคราะห์ความลำเอียงทั้ง 3 วิธีคือ วิธีไคสแควร์ วิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน ในกลุ่มผู้สอบที่มีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวน พบว่า จำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียงจากการวิเคราะห์ความลำเอียงระหว่างวิธีไคสแควร์กับวิธีแมนเทล – แฮนส์เซส และวิธีไคสแควร์กับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนวิธีแมนเทล – แฮนส์เซลกับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนในกลุ่มผู้สอบที่มีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาว พบว่าจำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียงจากการวิเคราะห์ด้วยวิธีไคสแควร์กับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนวิธีไคสแควร์กับวิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีแมนเทล – แฮนส์เซลกับวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
  2. จำนวนข้อสอบที่มีความลำเอียง เมื่อมีวิธีวิเคราะห์ทั้งวิธีไคสแควร์ วิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน ระหว่างกลุ่มผู้สอบที่มีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวนและกลุ่มภาษาลาว มีจำนวนข้อที่ลำเอียง แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

  3. ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่านหลังจากคัดเลือกข้อสอบที่มีความลำเอียงออกแล้ว เมื่อกลุ่มผู้สอบมีลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวนและภาษาลาว ต่างก็มีค่าความเชื่อมั่นระหว่างวิธีวิเคราะห์ความลำเอียงแบบวิธีไคสแควร์ วิธีแมนเทล – แฮนส์เซล และวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวน มีค่าแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

  4. ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบความเข้าใจในการอ่านหลังจากคัดเลือกข้อสอบที่มีความลำเอียงออกแล้ว เมื่อมีวิธีวิเคราะห์ความลำเอียงแบบเดียวกัน ระหว่างลักษณะการใช้ภาษาพูดในครอบครัวเป็นภาษาลาวพวนกับภาษาลาว มีค่าแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

     

แนะนำเมื่อ 02มี.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,426,982 ครั้ง