แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

อาลัย เล็ก วงศ์สว่าง ตำนานแห่ง เดอะ กีตาร์

 

 
"ทุกวันนี้ ผมพักแล้ว ผมหยุดมา 6-7 ปีแล้ว ก็ปล่อยให้ลูกๆ สานต่อ ผมอายุมาก ปีนี้ 67-68 เข้าไปแล้ว" 
 
เล็ก วงศ์สว่าง นักจัดรายการ ดีเจ และผู้ก่อตั้งหนังสือเพลง "เดอะ กีตาร์" เปิดใจให้ฟัง ในวันที่ทีมงานจุดประกาย เข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยถึงการจัดคอนเสิร์ต 40th Anniversary : The Legend of The Guitar ที่จะมีขึ้นในวัน 20-21 พฤศจิกายน ศกนี้ ณ ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี 
 
 
ไม่มีใครในวงการเพลงไม่รู้จัก "เล็ก วงศ์สว่าง" พอๆ กับไม่มีใครที่ไม่รู้จัก "เดอะ กีตาร์" หนังสือที่บรรจุคำร้องกำกับด้วยคอร์ด ซึ่งเป็นต้นทางและแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนก้าวสู่การเป็นศิลปินอาชีพ ดังนั้น วาระครบรอบ 40 ปีของ เดอะ กีตาร์ จึงได้รับความสนใจจากมิตรรักแฟนเพลงอย่างล้นหลาม ทั้งที่เป็นศิลปินและคนฟัง 
 
 
"พักหลัง ผมไปจัดรายการวิทยุ ผมถือว่าเป็นการรีแลกซ์ แล้วเพื่อนๆ ก็มานั่งคุยกัน อย่างรายการวันเสาร์ ตั้งแต่สามทุ่มจนถึงตีสอง ผมจัดไป เขาก็นั่งคุยกันไป โดยเราจะพยายามหาเพลงที่คนเขาไม่ค่อยได้ฟังแล้ว แต่เรายังเก็บแผ่นเขาอยู่..." เจ้าตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจถึงความเป็นเจ้าของ "กรุเพลง" ที่นับวันมีแต่จะหาฟังได้ยาก 
 
 
นับเป็นเรื่องน่าเสียใจเมื่อ เล็ก วงศ์สว่าง ลาจากโลกไปอย่างกระทันหัน เมื่อยามสายของวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่คอนเสิร์ตครั้งสำคัญจะมีขึ้นเพียงไม่ถึง 1 เดือน อย่างไรก็ดี ทางผู้จัดงานยืนยันว่าคอนเสิร์ตในวาระ 40 ปี เดอะ กีตาร์ยังคงดำเนินต่อไป 
 
นี่คือบทสัมภาษณ์ เล็ก วงศ์สว่าง พร้อมกับ บุ๋ม ปิยะวรรณ ลูกสาวที่สานต่องานของเขา ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น "บทสัมภาษณ์สุดท้าย" ของผู้ชายที่มีคุณูปการต่อวงการเพลงบ้านเราคนนี้. 
 
 
ช่วงนี้เตรียมงานคอนเสิร์ตถึงไหนแล้ว 
 
 
บุ๋ม : เยอะเกินกว่า 70 เปอร์เซนต์แล้ว งานจะมีขึ้นที่ทะเลสาบ เมืองทองธานี งานนี้ขอขอบคุณเจ้าของค่ายเพลงทั้งหลาย รวมถึงตัวศิลปิน ศิลปินหลายท่านไม่ต้องพูดถึงค่าตัว แต่ที่มาไม่มีค่าตัว มีแต่ค่ารถ ซึ่งทุกคนเต็มใจที่จะมา 
 
 
อะไรเป็นเหตุให้ศิลปินมาร่วมแรงร่วมใจขนาดนี้ 
 
เล็ก : อันนี้เป็นสิ่งที่ผมและลูกสาวรู้สึกปลาบปลื้มมาก เพราะหนังสือเดอะกีตาร์ที่เราจัดทำมากว่า 40 ปี ได้รับการสนับสนุน ได้รับความอนุเคราะห์จากแฟนเพลง รวมนักร้องนักดนตรี เราเกื้อกูลกันมาตลอด เรามีความรักซึ่งกันและกัน ในเมื่อวันนี้ เดอะ กีตาร์ ครบรอบ 40 ปี ทุกคนก็ให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เสมอต้นเสมอปลาย 
 
 
40 ปี ไม่ใช่เวลาสั้นๆ ศิลปินที่จะมาร่วมงาน คงมีหลากหลายวัย ? 
 
 
บุ๋ม : มากันมาก มากที่สุดเท่าที่จะรวมได้ อย่างแรก นี่คือคอนเสิร์ตครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีการรวมตั้งแต่ยุค '70 '80 '90 2000 จนถึง 2010 อย่างที่ 2 คือ ไร้สังกัด ไม่แบ่งค่าย โดยเราแบ่งเป็น 3 เวที เป็น a b c โดยแบ่งไปตามยุค ส่วนศิลปินหลายๆ ท่าน บางท่านไปต่างประเทศ ก็อยากจะมา บางท่านหยุดเล่นไปแล้ว ก็ลุกขึ้นมาซ้อมเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เราพยายามรวบรวมศิลปินที่จะมาให้เราได้ บางท่านอาจอยากจะมามาก แต่ก็ติดด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ก็จะส่งของที่ระลึกมาให้เราประมูล นอกจากการแสดงแล้ว เรายังมีส่วนประมูล โดยศิลปินทุกท่านจะมีของที่ระลึก ไปขายไปประมูล เงินทุกบาททุกสตางค์ เราจะไปทำการกุศลโดยไม่หักค่าใช้จ่าย 
 

ความเปลี่ยนแปลงจาก เดอะ กีตาร์ มาถึง กีตาร์แมก 
 
 
เล็ก : ตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ให้สาระบันเทิงเกี่ยวกับเนื้อร้อง เกี่ยวกับคอร์ด ตอนนี้ก็ให้สาระด้านวิชาการด้วย รวมถึงเครื่องเสียง เครื่องดนตรีต่างๆ มีคอลัมน์ถามตอบ คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ 
 
บุ๋ม : ตอนนี้ บุ๋มทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร จริงๆ เนื้อหาของ เดอะ กีตาร์ดีอยู่แล้ว เพียงแต่เราไปใส่อะไรที่ยังขาด รวมถึงการปรับโฉม เลย์เอาท์ แล้วทำการตลาดช่วย ให้น่าซื้อมากขึ้น ซึ่งเสียงตอบรับดีมาก 
 
 
ปรับตัวอย่างไรในเมื่อยุคนี้ ใครๆ ก็สามารถหาเนื้อร้องและคอร์ดจากอินเตอร์เน็ตได้ 
 
บุ๋ม : ก็สนุกดี ได้ลับสมอง ต้องยอมรับว่า ยุคดิจิตัลมีผลกระทบต่อทุกส่วน ทีนี้เราจะ survive อย่างไร บุ๋มก็มีแพลนรองรับไว้แล้ว ทีนี้มองว่าคนเรากับหนังสืออยู่กันมายาวนาน บางครั้งคนเราไม่ได้ซื้อหนังสือ เพื่อจะอ่านแค่ content อย่างเดียว บางครั้งอาจจะเก็บเพื่อเป็นที่ระลึกด้วย 
 
 
อย่างเพลง เราอาจจะโดนฉกอย่างเร็ว หนังสือvอกวันเดียวกัน หากเป็นซิงเกิลฮิต มันก็ไปโผล่ในเน็ตแล้ว มีคนดาวน์โหลดมากมาย เราเลยเปลี่ยนรูปแบบ อาจจะออกรวมเล่มให้บ่อยขึ้น แยกเป็น category ต่างๆ เช่น รวมร็อค รวมนักแต่งเพลง รวมเพื่อชีวิต เมื่อมองรวมๆ คิดว่า หนังสือมันไม่แพง แต่สะดวกกว่าไปดาวน์โหลด มาพรินท์เอง คิดว่าเราก็ยังมีจุดเด่น 
 
โดยขอบเขตของเพลง เรามีหมด ลูกทุ่งมี สตริงมี แร็ปก็ยังมี แต่เขาอาจจะซื้อเรา เพียงเพื่อดูเนื้อร้องที่ถูกต้อง เพลงเพื่อชีวิตเราก็มี และทำเป็นเจ้าแรก ดังนั้น อะไรที่เป็นดนตรี คนร้องเล่นได้ เราจะทำ 
 
 
จะมีโอกาสกลับไปหาเพลงสากล ? 
 
เล็ก : กำลังดูอยู่หนังสือโอลดีส์อยู่ว่า จะมีโอกาสได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน 
 
 
บุ๋ม : ยังทำอยู่ แต่ความถี่อาจจะน้อยลง จริงๆ เราตอบสนองคนฟังเพลงทุกรุ่นทุกแนว เว้นแต่ว่าตอนนี้เรายังไม่มีญี่ปุ่นและเกาหลี 
 
 
คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ? 
 
บุ๋ม : ไม่ใช่ ประเด็นของงานนี้ คือตั้งใจทำให้คุณพ่อ อย่างที่บอก ตั้งแต่เด็กจนโต ทุกคนจะรู้ว่าเราเป็นลูกคุณเล็ก ทุกคนก็จะพูดถึงคุณพ่อว่าเป็นแฟนเพลงนะ เป็นอาจารย์นะ เหมือนเป็นฮีโร่ เป็นที่คนหลายๆ คนรัก ยิ่งวงการเพลง แทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก ดังนั้น จึงเหมาะที่จะ ทำในวาระครบรอบ ส่วนตัวก็อยากจะหาจังหวะทำให้คุณพ่ออยู่แล้ว ว่าจะเป็นตัวแทนแฟนเพลงอย่างไรดี เพราะเห็นว่าคุณพ่อเริ่มอายุเยอะแล้ว เลยคิดว่าอยากจะจัดอะไรให้ พอมาดูว่าหนังสือครบรอบ 40 ปีพอดี เรามาจัดอะไรดีกว่า จริงๆ ก็แพลนไว้แต่ปีที่แล้วจริงๆ คอนเสิร์ตนี้ บุ๋มซุ่มทำ คุณพ่อเพิ่งทราบเมื่อ 2 เดือนที่แล้วนี่เอง อย่างที่บอกอยากทำให้เป็นเซอร์ไพรส์ เป็นของขวัญมากกว่า 
 
 
เกิดเป็นลูกสาว เล็ก วงศ์สว่าง นี่ ลำบากไหม 
 
บุ๋ม : ก็ลำบากในแง่การวางตัว เราเองไม่ค่อยแคร์อะไรอยู่แล้ว แต่เกรงว่าจะทำให้ชื่อเสียงของคุณพ่อเสียรึเปล่า อย่างตอนเด็กๆ จะมีเขียนชื่อนามสกุล บุ๋มก็จะเจอคนแปลกหน้าถามว่า เป็นอะไรกับคุณเล็ก เข้ามาทักตลอดจนกระทั่งถึงโต วันไหน มอมแมม น่าเกลียดหน่อย ก็จะบอกว่าเป็นญาติห่าง ๆ วันไหนแต่งตัวเรียบร้อย ก็จะบอกว่าเป็นลูก ดังนั้น เวลาไปไหน แล้วมีใครมาทักก็จะรู้สึกอึดอัดบ้าง 
 
 
รู้ตัวว่าชีวิตจะต้องโคจรมาตามเส้นทางสายนี้? 
 
 
บุ๋ม : บุ๋มชอบดนตรีตั้งแต่เด็ก ได้เล่นบ้าง ตามประสา แต่ไม่ได้เรียนจริงจัง บุ๋มรักดนตรี ไม่ได้เกี่ยวกับคุณพ่อนะ เรารักของเราเอง อาจจะมาสายเลือดหรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อคุณพ่อทำสื่อสิ่งพิมพ์ แล้วไม่ได้มีเฉพาะดนตรี ดังนั้น เราก็ต้องไปสานต่อธุรกิจ แต่เรื่องของดนตรีก็มีคงมีสักวัน ที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง 
 
 
แนวคิดทำหนังสือเพลงที่มีคำร้องและคอร์ด เกิดขึ้นได้อย่างไร 
 
เล็ก : คิดได้ เพราะบังเอิญเราโชคดี เป็นนักจัดรายการ เราโชคดีที่ได้ฟังแผ่นเสียง ได้เปิดแผ่นเสียง ได้รู้คุณค่าของเพลง รู้ความต้องการของคนฟัง รู้เข้าไปถึงใจคนฟัง ว่าคนชอบฟังเพลงก็อยากร้อง ก็น่าจะมีหนังสือเนื้อเพลง ร้องแล้วอยากเล่นดนตรีไปด้วย เครื่องดนตรีที่ถูกที่สุด ก็คือกีตาร์ เอาไปไหนก็ได้ เลยสนองความต้องการของแฟนเพลง ด้วยการทำหนังสือใส่คอร์ด 
 
 
ตัวอย่างจากต่างประเทศมันไม่มีคอร์ดแบบนี้ มันมีโน้ต ที่ขายเป็น sheet รู้สึกว่าตอนนั้นเพลงละ 25 เซนต์ แต่เมืองไทยยุคผมตอนนั้น นักดนตรียังเล่นแบบ by heart ยังไม่แม่นเรื่องโน้ตเท่าไหร่ จนเมื่อมีโรงเรียนดนตรีต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งโน้ตเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นภาษาสากลทั่วโลก อ่านโน้ตเป็น เล่นที่ไหนก็ได้ แต่สมัยก่อน วงดนตรีส่วนมากก็ใช้วิธีจำเอา 
 

เริ่มทำแรกๆ คิดว่าจะประสบความสำเร็จไหม 
 
เล็ก : ทุกอย่าง ผมจะคิดก่อนทำ ว่าทำแบบนี้ออกไป คนที่จะนิยมชมชอบ หนึ่ง-คนฟัง สอง-นักดนตรี เพราะแทนที่เขาจะมานั่งแกะเพลง เขากางปั๊บ เล่นได้เลย แล้วคอร์ดของเราก็แม่น ที่เเป็นแฟนติดตามกันมา ผมว่าคนฟังทั่วไปประมาณ 70 เปอร์เซนต์ นักดนตรีก็ 30 ทีนี้ หลังจากเราค้นคิดขึ้นมา แล้วทำออกขาย มีคนทำตามเรามั้ย มีแน่นอน มีสารพัด แต่ถามว่าทำไมเราถึงยืนยงคงกระพัน คงเป็นเพราะคอร์ดกีตาร์ของเราแม่นยำ เท่านั้นเอง แล้วเราก็มีกระบอกเสียงด้วย บอกคนฟังเปิดไปหน้านี้ หน้านั้น ฟังไปด้วย ร้องไปด้วย เล่นไปด้วย 
 
 
มีใครทำหน้าที่แกะเนื้อร้อง แกะคอร์ด 
 
เล็ก : มีชาวพม่า คือ บันนี เอฟ คิดฉิ่น คือพ่อเขามาเป็นทูตที่เมืองไทย พอพ่อเขาเดินทางกลับ ก็หายไป เป็นคนแกะเนื้อ ต่อมาเป็นคนมาเลย์ เฮเลน ซาลี มาแกะเนื้อ ระหว่างนั้นมี บ๊อบ ทูน หิรัญทัพย์ มาช่วยด้วย ส่วนคนแกะคอร์ด มี อ.หมู วีระศักดิ์ ศรีสะอาด จากนั้นก็มารุ่นน้อง อ.หมู ที่ถ่ายทอดวิทยายุทธจนเก่งกล้า ทุกวันนี้ก็ยังมีลูกของ อ.มนตรี ตราโมท เก่งมาก 
 
 
ยุคไหนที่หนังสือขายดี 
 
เล็ก : หนังสือ เดอะ กีตาร์ ขายดีมาตลอด จนปัจจุบันกลายมาเป็น กีตาร์ แมก ที่ให้ความรู้ วิชาการ บทสัมภาษณ์ เรื่องของเครื่องดนตรี ยุคที่เดอะ กีตาร์ ขายดี คือยุคที่ ไอเอส เริ่มถดถอย เพราะคนฟังพลิกผัน คุณคิดดูสมัยก่อน วงดิอิมพอสสิเบิล รอยัล สไปรท์ แกรนด์เอ็กซ์ โด่งดัง มาเพราะการเล่นเพลงสากล แต่ตอนหลัง หันมาเล่นเพลงไทย ลืมเพลงสากลเลย วงการพลิกผันทันที วัยรุ่นทั้งหญิงและชาย ก็หันหลังให้เพลงสากล หันหลังให้ไอเอส ผมจึงคิดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เมื่อเขาชอบเพลงไทย ก็จับเพลงไทยมาใส่คอร์ด ออกหนังสือใหม่ชื่อ เดอะ กีตาร์เลย นี่คือจุดเกิดของเดอะ กีตาร์ 
 
 
พิมพ์ครั้งละเท่าไหร่ 
 
เล็ก : ยอดเยอะ เยอะมากเลย (ทำเสียงเข้มๆ ) สมัยก่อนพิมพ์ที 2-3 หมื่นเล่ม ปัจจุบัน ลดลงมานิดหน่อย แต่ถ้าเป็นสมัยก่อน สมัยรุ่งๆ ไอเอส ก็พิมพ์มากกว่านะ มันเป็นเพราะคนหันมาฟังเพลงไทย ยิ่งระยะหลังๆ วงการเพลงไทย นักร้องนักดนตรีรูปหล่อเข้าไปอีก ยิ่งไปกันใหญ่ เราก็ต้องหากิน ต้องพลิกแพลงไปเรื่อย (ช่วงปี 2511-2512) ด้านหนึ่ง เราอยู่มาได้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากเหล่านักดนตรี มันเป็นเหมือนเครือญาติ เกื้อกูลอุดหนุนกัน 
 
 
มียุคลำบากมั้ย 
 
 
เล็ก : สมัยทำไอเอสแรกๆ ก็ลำบาก ล้มลุกคลุกคลาน เพราะไม่ได้มีผมคนเดียว มีหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น เฮฟวี ซองบุ๊ค , ซอง สแตนดาร์ด , มิสเตอร์ฮิท , เคอร์เรนท์ซองฮิท เยอะแยะไปหมด ในตลาดมีตั้ง 7-8 เล่ม แต่เราใช้กลยุทธในเชิงตลาดของเรา อย่างเช่น คนอื่นไม่ทำ แต่เราทำ เช่น คุณซื้อหนังสือ เราแถมโปสเตอร์ คนอื่นไม่กล้าแถม แต่เราพิมพ์เองขายเอง เราได้เปรียบตรงนี้ 
 
อย่างสตาร์พิค เน้นโปสเตอร์เหมือนกัน แต่เขาไปเรื่องวารสาร เรื่องหนัง ของเราเป็นเนื้อเพลงกับโปสเตอร์ 
 
 
ช่วงที่มีเรื่องลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ? 
 
เล็ก : ปัจจุบัน มีลิขสิทธิ์ แต่ก่อนปี 2537 ตอนนั้น เรายังไม่ยอมรับลิขสิทธิ์ ตอนนี้ทำอะไรต้องระวัง แต่บังเอิญ หนังสือของเรา เท่ากับเป็นวารสารที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ เขาได้ผลประโยชน์ด้วย เขาก็เลยให้เราทำ ไม่เรียกร้องมากมายนัก บางทีก็เอามาให้เลย ไม่เป็นไรเรื่องลิขสิทธิ์ ไม่ต้องพูดกัน ทุกวันนี้ไม่ได้จ่ายมากมาย เพราะเขาเห็นว่าเราเป็นสื่อเผยแพร่ 
 
 
จากหนังสือ "โก๋หลังวัง" ที่เพิ่งออกมา ทุกวันนี้ยังเก็บเพลงแปลง เพลงโฆษณาเอาไว้มากขนาดเป็นกรุ ? 
 
เล็ก : ค่อยๆ ปล่อย บางทีไปโผล่ในเน็ต ผมไม่ว่า หากจะขอบคุณผม ขอบคุณวงศ์สว่างการพิมพ์ แต่บางรายอ้างเป็นของตัวเองเลย (หัวเราะ) อย่างเพลง พู่กันไหนดีกว่า ของ สง่า มะยุระ ซึ่งไม่น่าจะมีใครมี มันหายไป จนผมโทร.หา อ.ประโภชน์ (ลูกชาย อ.สง่า) แกก็ไม่มี แต่จำเนื้อได้หมด ผมเลยให้แกเขียนเนื้อมาให้ผมหมดเลย ผมดีใจยิ่งกว่าได้ทอง เอาเนื้อนั้นไปให้เขาเล่นเป็นเพลงออกมา ผมนี่แหละเป็นเจ้าของเพลงนี้ อ.ประโภชน์ ไม่มีเพลงนี้แล้ว 
 
 
แล้วเพลงที่ผมมาทำ อัดเสียงเอง ในประเทศไทยมีผมคนเดียว แล้วไปมีในเน็ตของคุณได้อย่างไร ผมเลยโทร.ไป บอกว่า "เพลงนี้เพราะดีนะ" เขาบอกว่า "พี่จะเอามั้ย เพลงละ 50 บาท" (หัวเราะ). 
 
 
 
โดย : อนันต์ ลือประดิษฐ์ 
Life Style 
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 
By : bangkokbiznews.com 
แนะนำเมื่อ 28ธ.ค. 54
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,285,937 ครั้ง