แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

นิยายรัก ฉบับวัยรุ่น

 

 
เทศกาลเดือนแห่งความรัก...ไม่เพียงจะเป็นวันที่คู่รักหนุ่มสาวทั่วโลกได้แสดงความรักต่อกันเหมือนอย่างที่นิยมกันในปัจจุบัน หากแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ยังเป็นวันที่ระลึกถึงนักบุญเซนต์ วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์
 
ความรักนั้นมองได้หลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นความรักฉันหนุ่มสาว หรือความรักต่อพ่อแม่ ญาติ เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งความรักต่อมนุษยชาติ ...ความรักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนแห่งในโลกใบนี้ แต่บางครั้งบางคนต้องแสวงหาหรือซึมซับเรื่องราวของความรัก...แม้กระทั่งจากนิยายอันบรรเจิด
 
ล่าสุด สำนักพิมพ์แจ่มใส มือไวจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือชุดพิเศษ Valentine's Double Loves : สองนิยามของความรัก ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักเขียนขวัญใจวัยรุ่นถึง 16 คนของทั้งสองแนวจากชุด "ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก" และ "Jamsai Love Series" ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวของความรักจำนวน 8 เล่ม โดยจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ลานอเนกประสงค์ห้องสมุดมารวย ศูนย์การค้าเอสพละนาด
 
ในงานเป็นการพูดคุยกับกองบรรณาธิการและเหล่านักเขียนทั้ง 16 คน เจ้าของผลงานจำนวน 8 เล่ม ได้แก่ 1.Here in my heart ณ หัวใจมีรัก โดย Oresia & ปริญญ์ 2.Love Plan แผนวุ่นชุลมุนรัก โดย แสตมป์เบอรี่ & คีตภา 3.Ti Amo...รักเธอรสช็อกโกแลต โดย เจ้าหญิงผู้เลอโฉม & ฌามิวอาห์ 4.ร้าย...ด้วยรัก โดย นลัท & หัวสมองตีบตัน 5.หวานเป็นลม ขมเป็นรัก โดย พิมลพัทธ์ & เจ้าปลาน้อย 6.เจ้าหญิงของนาย เจ้าชายของฉัน โดย หนุ่มกรุงโซล & นภชล 7.รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว โดย ตัว Z & may112 และ 8.ผูกรักพันใจ เจ้านายตัวร้าย โดย อัญชรีย์ & The Little Finger ดำเนินการโดย ตุลย์ & ชลรี่ พิธีกรคู่หูจากรายการคลับเอ็กซ์ ...บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักสีส้ม
 
หยง-ปริญดา มนัสมนตรี บรรณาธิการผู้อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันงานเขียนชุดนี้ กล่าวถึงโปรเจคนี้ว่า
 
"นี่เป็นโอกาสพิเศษที่จะทำเพื่อตอบแทนนักอ่านจริงๆ และเป็นครั้งแรกที่นำเอาทั้งสองโปรเจค ซึ่งมีกลุ่มแฟนประจำมารวมกันเป็นชุดเดียว เรียกว่าเป็นจุดนัดพบของแฟนๆ ของทั้งสองกลุ่ม เพราะงานลักษณะนี้อาจจะไม่มีอีกแล้ว หรือว่าถ้าจะมีอีกก็คงนานมาก เพราะปกติช่วงวาเลนไทน์ส่วนใหญ่ทางสำนักพิมพ์ก็จะทำโปรเจคพิเศษเพื่อตอบแทนลูกค้าอยู่แล้ว อย่างปีที่แล้วจะเป็นชุด "นิยายรักร้องเพลง" ปีนี้มองเห็นว่าเรามีซีรีส์ที่โดดเด่นอยู่สองซีรีส์ นั่นคือ "ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก" และ "Jamsai Love Series" ซึ่งทั้งสองแนวนี้ จะมีกลุ่มแฟนคนอ่านประจำอยู่
 
ประเด็นคือจะทำยังไงให้คนอ่านทั้งสองแนวนี้มาเจอกัน เพราะจริงๆ ทั้งสองซีรีส์นี้มันจะแตกต่างกันด้วยพล็อต ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง การบรรยายสถานการณ์ แต่ว่าสิ่งที่เชื่อมต่อกัน คือความรู้สึกที่ได้จากการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความสนุก ความเศร้า ซึ้ง หวาน คิดว่าจับมันมารวมกันดีกว่า ทำให้เกิดเป็นโปรเจคนี้ขึ้นมา"
 
ต้องยอมรับว่าสำนักพิมพ์แจ่มใสนั้นเติบโตชนิดก้าวกระโดดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสของภาพยนตร์และนิยายรักเกาหลีได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ได้แจ้งเกิด นั่นคือ การไปดึงเอานิยายที่เด็กๆ ไปโพสต์ไว้ในอินเทอร์เน็ตมาจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม ส่งผลให้ตลาดนิยายรักสำหรับวัยรุ่นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเกิดสำนักพิมพ์ใหม่ๆ จำนวนมากที่ตั้งขึ้นมา เพื่อพิมพ์หนังสือแนวนี้โดยเฉพาะ
 
"จุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์ คือไปเจอนิยายในเน็ต แล้วเราพบว่าจริงๆ มันมีเรื่องดีๆ อีกเยอะมาก แต่ว่าคือในช่วงนั้นไม่มีเวทีให้กับเขา ไม่มีเวทีให้กับนักเขียนใหม่ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง เลยเอามารวมเล่ม ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น ทุกวันนี้ มีคนส่งต้นฉบับเข้ามาค่อนข้างเยอะ คือจะไม่ได้เข้าไปหาในเน็ตมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเขาจะส่งต้นฉบับมาหาเราโดยตรง เหมือนทุกคนรับรู้ว่าต้องส่งมาที่นี่ เดือนหนึ่งก็มีเป็นร้อยเรื่องขึ้นไป
 
กลุ่มคนอ่านที่ติดตามจะมีเยอะพอสมควร ถ้าเป็นแนว "ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก" แฟนคลับจะเป็นกลุ่มวัยที่ค่อนข้างโตหน่อย คือเป็นวัยมหาวิทยาลัยขึ้นไปจนถึงวัยทำงานหรือวัยแม่บ้านอายุ 40-50 ปี แต่ถ้าเป็น "Jamsai Love Series" จะเป็นเด็กลงมาหน่อย คือเป็นทั้งเด็กมัธยมต้น-มัธยมปลายหรือเด็กมหาวิทยาลัยก็ยังมีอยู่ แต่ละกลุ่มจะแบ่งแยกกันค่อนข้างชัดเจน เวลาอ่านแล้วเขาก็จะเอาไปแนะนำที่โรงเรียน "เล่มนี้ออกแล้วนะ...อ่านหรือยัง" เหมือนกับว่าเป็นชุมชนเล็กๆ ของเขา"
 
ในฐานะบรรณาธิการเธอยังบอกถึงวิธีคัดเลือกเรื่องมาตีพิมพ์ด้วยว่า "ต้องเน้นเป็นนิยายเกี่ยวกับความรัก คือคุณจะสืบสวนก็ได้ ฆาตกรรมก็ได้ แต่ว่าคุณต้องมีความรักเป็นแกนหลัก หรือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ค่อนข้างชัดเจนว่าเราจะเป็นผู้นำทางด้านนิยายรัก และนิยายรักของเรามันก็จะมีสอดแทรกข้อคิดต่างๆ ลงไป และเราค่อนข้างสกรีนฉากไม่เหมาะสมออกไป ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉากพวกนี้ถ้านักเขียนเขียนมาก็จะถูกตัดทิ้งหมดเลย เพราะว่าเราค่อนข้างประกาศตัวว่า เป็นสำนักพิมพ์สีขาวคือเป็นความรักที่บริสุทธิ์สดใส จะเน้นไม่เฉพาะความรักสำหรับหนุ่มสาว แต่จะเป็นความรักพ่อรักแม่ รักครอบครัว จะแทรกลงไปด้วยทั้งหมด"
 
เนื้อหาของนิยายทั้ง 8 เล่มนี้ เธอบอกว่า "ค่อนข้างมีครบทุกรส บางทีมีตลกเฮฮา อ่านแล้วหัวเราะ บางคนจะเป็นซึ้งเศร้าเคล้าน้ำตา บางคนจะหวานจ๋อย พยายามจะให้เขียนหลายๆ แนวหลายๆ เล่ม เพื่อให้เป็นรสชาติที่แตกต่างกัน แต่ต้องเน้นที่ความสนุกก่อนเลยว่า ถ้าเราอ่านแล้วรู้สึกสนุกไปกับเรื่อง แต่ว่าถ้าอ่าน 15 หน้าแล้วรู้สึกเบื่อ ไม่อยากอ่านต่อแล้วก็คงไม่ไหว ที่สุดแล้ว ก็ต้องดูพล็อตเรื่อง ต้องมีความโดดเด่น ไม่ใช่ไปลอกจากเรื่องอื่นๆ มา หรือถ้าพล็อตหลักซ้ำก็ต้องมีพล็อตย่อยหรือเหตุการณ์ย่อยที่เข้ามาเสริมให้มันโดดเด่นขึ้นมาหรือไม่ซ้ำซาก
 
สำนวนอ่านแล้วต้องลื่นไหล ไม่ติดขัด บทสนทนาก็ต้องเป็นธรรมชาติ คือเราจะดูความสมจริงด้วย มีเหตุผลไหม นิยายหนึ่งเรื่องต้องประกอบกันหลายๆ อย่างแล้วลงตัวพอดี"
 
เมื่อถามถึงกระแสวัฒนธรรมและนิยายรักเกาหลีว่า มีอิทธิพลกับนักเขียนวัยรุ่นไทยมากน้อยแค่ไหน หรือนักเขียนไทยจะสู้กับกระแสนี้ได้ไหม เธอมองว่า
 
"คิดว่าไม่น่าจะใช่การสู้กัน แต่ว่าเป็นเหมือนการก้าวไปด้วยกัน เพราะว่าอย่างแนว Jamsai Love Series มันมีต้นกำเนิดมาจากต้นฉบับที่มาจากอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหมือนกัน ฉะนั้นคิดว่าเราอิงกระแสซึ่งกันและกัน ไปด้วยกันมากกว่า เพราะจริงๆ ความรักมันเป็นเรื่องที่แวดล้อมอยู่รอบๆ ตัวเราทุกคน มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคือพอเราอ่านแล้วสามารถที่จะมีความสุข มีความเศร้า คาดหวังไปกับมันได้ เพราะมันสามารถที่จะพบเจอในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา" หยง-ปริญดา บรรณาธิการสาวกล่าว
 
ด้านเจ้าของนามปากกา ฌามิวอาห์ นักเขียนร่วมเรื่อง "Ti Amo...รักเธอรสช็อกโกแลต" และมีงานเขียนนิยายรักตีพิมพ์รวมเล่มมาแล้วถึง 7 เรื่อง กล่าวถึงมุมมองความรักของเธอว่า "ความรักคือความเข้าใจ คนเราไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหน ทั้งรักครอบครัว รักแฟน รักเพื่อน รักพี่รักน้อง มันต้องมีความเข้าใจด้วย สุดท้ายแล้ว ความเข้าใจสำคัญยิ่งกว่า ถ้าเราไม่เข้าใจแล้วความรักมันจะทำให้เราเจ็บปวดมากกว่า"
 
พร้อมทั้งเล่าถึงนิยายรักเรื่องใหม่ของตัวเองว่า "เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ตัวเอกทำร้านช็อกโกแลต คือตอนที่ บก.ให้โจทย์มา คือให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับวาเลนไทน์ ทุกวันนี้ ถ้าเป็นวาเลนไทน์เด็กๆ ก็จะนึกถึงช็อกโกแลต เลยเขียนเรื่องเกี่ยวกับร้านช็อกโกแลต และวาเลนไทน์ที่มีช็อกโกแลตเป็นสื่อรัก ในความรู้สึกตอนนี้ช็อกโกแลตเป็นเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ถ้าพูดถึงวาเลนไทน์เขาชอบพูดถึงช็อกโกแลตกัน
 
ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักของทั้ง 4 คู่ จะเป็นมุมมองความรักในแบบผู้ใหญ่และเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งของนักเรียน ม.ปลาย ซึ่งนิยายเล่มนี้เราอยากจะเปิดให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุไหนก็ตามแต่...คนเรายังคงต้องการความรัก เพียงแต่ว่ารูปแบบของการแสดงออกมันจะต่างกันออกไปเท่านั้นเอง"
 
ทำไมนิยายรักถึงได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย เธอมองว่า "คงเป็นเพราะว่าคนเรายังไงก็ต้องแสวงหาความรัก อาจจะหลายรูปแบบ แต่ลึกๆ จริงๆ แล้ว คนเราต้องการความรักอยู่เสมอ มันเลยทำให้นิยายแนวนี้ค่อนข้างจะขายดีตลอด และตอนนี้มันมีนิยายอยู่ค่อนข้างหลากหลาย อยากจะให้น้องๆ เลือกอ่านเลือกเสพหนังสือที่มันจะทำให้เรารู้สึกว่า มองโลกในแง่มุมที่สดใสมากกว่า มองหานิยายที่เรียกว่า "นิยายสีขาว" คือยังเป็นความรักที่สดใส จะเหมาะกับวัยเรามากกว่า แต่จริงๆ มันปฏิเสธไม่ได้ว่า มีนิยายติดเรทอยู่ในตลาด แต่ว่าก็อยากให้ผู้ปกครองช่วยดูให้เด็กๆ นิดนึง"
 
ส่วนเจ้าของนามปากกา นลัท เริ่มเขียนนิยายตอนเรียนปริญญาปี 4 เพิ่งมีผลงานได้สองเล่มและนิยายรักเรื่องล่าสุดคือ "ร้าย...ด้วยรัก" ได้ให้นิยามของความรักไว้ว่า
 
"ความรัก...ถ้าจะอยู่ด้วยกันได้ก็ต้องมีความอดทนและก็รู้จักปรับมากกว่าที่จะเปลี่ยน ถ้าเกิดเราเปลี่ยนก็จะอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน ต้องปรับตัวเข้าหากัน" พร้อมทั้งบอกว่า "การอ่านหนังสือของเด็กวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับวัยของตัวเอง ตัวเรทจะบอกถึงตัวคนอ่านว่าพร้อมที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ได้หรือยัง บางเรื่องวาบหวิวเกินไป คือต้องเลือกให้เหมาะสมกับวัย ถ้าเกิดอยู่มัธยมยังไม่ถึงเวลาที่จะอ่านมากมายขนาดนั้น ก็อย่าเพิ่งดีกว่า โตขึ้นก็ได้อ่านเอง"
 
เธอบอกถึงสไตล์การเขียนนิยายรักของตัวเองว่า "จะเขียนตามอารมณ์ในช่วงนั้นมากกว่า ไม่มีสไตล์แน่นอนว่า จะต้องเป็นเศร้าหรือสนุกหรือร่าเริง คือแล้วแต่อารมณ์ และแล้วแต่การดำเนินเรื่องว่ามันควรจะไปทางไหน มีเหตุและมีผลยังไง เล่มนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักเขียนสองแนว พยายามที่จะเป็นตัวตนของตัวเองให้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน ก็พยายามทำให้กลมกลืนกันมากที่สุด"
 
นักเขียนที่เธอชื่นชอบ คือ "ทมยันตี" และ "ปราย พันแสง" ส่วนนิยายแปลจะชอบอ่านงานของ "นิโคลาส สปาร์ค" เธอยังกล่าวถึงนิยายวัยรุ่นไทยที่มีความคล้ายกับนิยายรักเกาหลีจนแยกไม่ออก ไม่รู้ใครไปลอกใครว่า "มันเป็นการปรับเพื่อที่จะให้มากลืนกันกับนิยายไทยมากกว่า เรียกได้ว่ามันเป็นแนวอีกแนวหนึ่งมากกว่าการที่จะเหมือนกันเลย นิยายเกาหลีเขาเป็นรูปแบบนั้น แต่ของไทยมีการดัดแปลงปรับเปลี่ยนให้ได้อารมณ์นั้น แต่ว่าเรื่องราวจะเป็นแบบไทยๆ เป็นอีกแนวหนึ่ง
 
นิยายแนวนี้ออกมามากเพราะมันกำลังบูม แต่ว่าถึงมันจะมีกลิ่นเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องราวหรือเหตุและผลจะไม่เหมือนกัน อาจจะมีแค่กลิ่นๆ มาแต่ว่าไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ทั้งพล็อตเรื่องทั้งการเดินเรื่องก็ยังเป็นนักเขียนแบบไทยๆ น่ารักแบบไทยๆ มากกว่า การที่วัยรุ่นหันมาเขียนนิยายมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าถ้าเกิดจะเขียนก็ต้องมีขอบเขตว่าเวลานี้เขียน เวลานี้เรียน อย่าเอามาปะปนกัน ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้เราสับสน แต่ว่าการเขียนมันทำให้เราได้ฝึกทั้งจินตนาการ และฝึกความคิดไปด้วย" นลัทกล่าว
 
ถ้าหากความรักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนแห่งในโลกใบนี้แล้ว...ทำไมสงครามและความขัดแย้งยังคงปะทุอยู่อย่างไม่เคยจบสิ้น ...ฤๅคำถามนี้ยากที่จะหาคำตอบ แม้เวลาจะผ่านมากี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม! 0
 
-----------------------------------------
 
นิยามรักหลากรส
 
ต่อไปนี้ เป็นการรวบรวมมุมมองเกี่ยวกับความรักของนักเขียนขวัญใจวัยรุ่น จาก www.jamsai.com ว่าแต่ละคนเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง...
 
>พิมลพัทธ์
 
"รักคือความจริงใจใสสะอาด ปราศจากความเห็นแก่ตัว ที่เราควรมีให้...มิใช่แค่กับคนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัวเท่านั้น แต่ควรให้กับเพื่อนมนุษย์ทุกคนไป จนถึงสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกเราด้วย"
 
>นภชล
 
"รักคือความสวยงามที่สุดบนโลกมนุษย์ ถ้ารู้จักที่จะรักให้เป็น"
 
>ปริญญ์
 
"ตอบง่ายๆ ว่า "รักก็คือรัก" แต่ความรู้สึกที่รวมๆ กันแล้วก่อให้เกิดเป็นคำว่า "รัก" อันนี้ตอบค่อนข้างลำบาก อาจจะเป็นการที่อยู่กับคนสักคนแล้วทำให้เรารู้สึกสงบ แล้วก็มีความสุข อาจจะเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าต่อให้โลกทั้งโลกหันหลังให้เรา เราจะมีคนคนนี้อยู่ข้างเราเสมอ... แล้วในทางกลับกัน ถ้าโลกทั้งโลกหันหลังให้เขา เราเองก็พร้อมที่จะยืนอยู่ข้างๆ เช่นกัน"
 
>อัญชรีย์
 
"สิ่งที่นำมาซึ่งปาฏิหาริย์สำหรับคนธรรมดาๆ (=_=)"
 
>ตัว Z
 
"ความรัก...เหมือนกับอากาศ มีก๊าซหลายชนิดลอยล่องอยู่ในอากาศ เหมือนกับความรักที่มีหลายรูปแบบที่อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา แม้ว่าบางทีเราก็ไม่เห็นหรือลืมไปว่ามันมีอยู่ แต่ความรักนั้นก็ยังคงมีให้เราเสมอ และทุกคนก็ต้องหายใจเอาอากาศเข้าไป เหมือนกับคนทุกคนที่ต้องมีความรัก แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหนนั่นเอง"
 
 
จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 7080
วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
พรชัย จันทโสก : รายงาน
แนะนำเมื่อ 28ส.ค. 54
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,566,621 ครั้ง