แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : ผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเล่นเกม ที่มีผลต่อการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย

บุษนีย์ สมญาประเสริฐ. (2551). นิสิตปริญญาโท สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเล่นเกมที่มีผลต่อการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างเป็น เด็กปฐมวัยชาย - หญิง ที่มีอายุระหว่าง 4-5 ปี ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย) กรุงเทพมหานคร 1 ห้องเรียน จำนวน 25 คน แล้วใช้แบบสังเกตนิสัยรักการอ่านคัดเลือกเด็กปฐมวัยที่มีคะแนนต่ำจำนวน15 คน จัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเล่นเกม จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง ผลวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมทั้งก่อนและหลังการจัดกิจกรรมในแต่ละช่วงสัปดาห์มีการพัฒนานิสัยรักการอ่านโดยเฉลี่ยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และเมื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงสัปดาห์พบว่าคะแนนนิสัยรักการอ่านโดยเฉลี่ยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เพิ่มขึ้น และเมื่อวิเคราะห์คะแนนนิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัยแยกเป็นรายด้าน ได้แก่ ด้านความสนใจ ด้านเจตคติ ด้านการดูแลเก็บรักษาหนังสือ พบว่าคะแนนนิสัยการรักการอ่านทั้ง 3 ด้านมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่สอดคล้องกับผลวิเคราะห์คะแนนรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บุษนีย์ สมญาประเสริฐ. (2551). ผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเล่นเกมที่มีผลต่อการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย).
กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม : อาจารย์ ดร.สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์, รองศาสตราจารย์ ดร.บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์ .

การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเล่นเกมที่มีผลต่อการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็น เด็กปฐมวัยชาย - หญิง ที่มีอายุระหว่าง 4-5 ปี ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย) จังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มตัวอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จากประชากรได้มาตามขั้นตอนดังนี้ จับฉลากห้องเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 25 คน แล้วใช้แบบสังเกตนิสัยรักการอ่านคัดเลือกเด็กปฐมวัยที่มีคะแนนต่ำจำนวน15 คน แล้วจัดกิจกรรมเกมประกอบนิทานเพื่อส่งเสริมการรักการอ่าน จำนวน8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมเกมประกอบนิทานเพื่อส่งเสริมการรักการอ่าน และแบบสังเกตนิสัยรักการอ่านมีค่า ความเชื่อมั่น .85 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ One-Way-Repeated-Measure ANOVA และ t test แบบ Dependent

ผลการวิจัยพบว่าเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมทั้งก่อน และหลังการจัดกิจกรรมในแต่ละช่วงสัปดาห์มีการพัฒนานิสัยรักการอ่านโดยเฉลี่ยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงสัปดาห์พบว่าคะแนนนิสัยรักการอ่านโดยเฉลี่ยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วง 8 สัปดาห์และเมื่อวิเคราะห์คะแนนนิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัยแยกเป็นรายด้าน ได้แก่ ด้านความสนใจ ด้านเจตคติ ด้านการดูแลเก็บรักษาหนังสือ พบว่า คะแนนนิสัยการรักการอ่านทั้ง 3 ด้านมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่สอดคล้องกับผลวิเคราะห์คะแนนรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05



 

แนะนำเมื่อ 24พ.ค. 54
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,278,403 ครั้ง