แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

'ศุภักษร'เจ้าของตำนานนิยายรักนักศึกษาอันโด่งดัง

 

อย่าว่าแต่เด็กวัยรุ่นยุคนี้หลงไหลคลั่งไคล้นิยายรักหวานแหววเกาหลีเลย เพราะถ้าหากย้อนกลับไปดูเมื่อสักยี่สิบกว่าปีก่อนโน้นๆๆ...นิยายรักนักศึกษา งานเขียนของ ศุภักษร ก็ฮิตฮอตติดลมบนโดนใจวัยหนุ่มสาวยุคนั้นมากทีเดียว

 

แม้ว่าสมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือความทันสมัยต่างๆ เข้ามามากนัก แต่จู่ๆ หนังสือเล่มหนึ่งก็เกิดโด่งดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา ทั้งๆ ที่เมื่อเหล่าบรรดาผู้ใหญ่เปิดอ่านผ่านๆ ดูแล้วก็ฟันธงว่าเนื้อหาไม่เห็นมีอะไรเลย นอกจากเป็นแค่หนังสือวัยรุ่นหนุ่มสาว นักศึกษาจีบกันไปจีบกันมาก็เท่านั้นเอง

 

แต่ถ้าหากไปถามวัยรุ่นเป็นหมื่นเป็นแสนคนในสมัยนั้นที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ ว่าทำไมถึงชอบนักชอบหนา พวกเขาก็จะตอบโดยพร้อมเพรียงกันว่าก็เพราะมันสนุก ตลก ทะเล้น เท่ น่ารัก และโรแมนติก นั่นเอง

 

ล่าสุดสำนักพิมพ์ a book จากค่าย a day ได้มองเห็นจุดขายของหนังสือชุดนี้ จึงได้นำกลับมาจัดพิมพ์ใหม่ด้วยรูปเล่มสดใส โดยชุดแรกมี 3 เล่มด้วยกัน คือ นิยายรักนักศึกษา เล่ม 1, 2 และเล่มพิเศษ มช.โดยเฉพาะ พร้อมทั้งจัดงานเปิดตัวหนังสือไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ ร้านกาแฟดอยตุง สวนลุมไนท์บาซาร์ โดยมีแฟนคลับ a day ไปร่วมงานกันแน่นร้าน

 

ผลงานชุด นิยายรักนักศึกษา รวมเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของเด็กวัยรุ่นวัยเรียนที่มีฉากหลังเป็นบรรยากาศในสถาบันการศึกษาตามหาวิทยาลัยต่างๆ ความสนุกอยู่ตรงสำนวนการเขียนที่แปลก เดินเรื่องรวดเร็ว กระชับ โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงบทสนทนาแบบ 'ต่อปากต่อคำ' ของตัวละครหนุ่มสาวที่มีลูกเล่นแพรวพราวในการแซว จีบ จิกกัด หรือบทจะซึ้งก็ทำให้คนอ่านต้องแอบอมยิ้มตามไปด้วย

 

ต่อไปนี้จึงเป็นบทสนทนาในโอกาสที่หนังสือชุดนี้หวนหอบเอาความรักกลับมาต้อนรับนักอ่านวัยใสอีกครั้ง...

 

0 งานเขียนชุดนี้เอากลับมาพิมพ์ใหม่ได้อย่างไร?

 

ตอนนั้น 'โหน่ง a day' (วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์) เขาขอหนังสือผมไปหมดทุกเล่มทั้ง 22 เล่ม หรือประมาณ 220 เรื่อง และเขาจะเอาไปเลือกในเฟสแรกโดยคัดมาประมาณสัก 3 เล่ม หรือประมาณ 40 กว่าเรื่องเท่านั้น เพราะว่าบางเรื่องหลังๆ มาบางทีอาจจะหลุดไปบ้าง แต่เขาจะเลือกเอาเรื่องที่สนุกๆ และมีการกระจายเรื่องไปทุกมหาวิทยาลัยด้วย

 

0 จริงๆ หนังสือห่างหายไปนานมาก?

 

นาน 29 ปี ถือเป็นช่วงวัยชีวิตของคนเลย เพราะตีพิมพ์ออกมาปี 2520 คือผมเริ่มเขียนกลอนตั้งแต่อยู่ปี 1 เขียนบทละครตอนอยู่ปี 2 เขียนบทภาพยนตร์ตอนอยู่ปี 3 และเขียนเรื่องสั้นตอนอยู่ปี 4 พอเขียนจบเรียนจบปั๊บก็พิมพ์เลย

 

0 ฉากส่วนใหญ่ก็อยู่ในสถาบันการศึกษา?

 

เหมือนอย่างเรื่องความรักของไอ้พรหมหมอหมา คณะสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องจริงของรุ่นพี่ จะเห็นว่าเมื่อก่อนร้านเดลี่ควีนส์ที่อยู่ข้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นร้านเล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้เติบโตมาอยู่ข้างๆ มหาวิทยาลัย บางครั้งก็แสดงถึงวิวัฒนาการของมหาวิทยาลัยเหมือนกันนะ

 

0 ช่วงนั้นเคยมีความรักบ้างหรือยัง?

 

มีสิ แต่เราไม่สามารถดูดีได้ เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอก พ่อแม่จน ไม่มีเงินเลี้ยงข้าวผู้หญิงหรอก ถ้าเราเข้าไปจีบก็จีบได้แค่แป๊บเดียว เพราะว่าไม่มีหรอกที่จะไปเลี้ยงข้าวเขาได้ หรือพาเขาไปดูหนังได้ จนมาก สมัยนั้นทีวียังไม่มีดู จนกระทั่งเรียนจบปั๊บ เงินเดือนๆ แรกซื้อทีวีให้แม่เลย จริงๆ พอเรียนจบแล้วก็ได้ไปทำงานบริษัทโฆษณาถึงจะได้เขียนหนังสือจริงๆ จังๆ

 

เรื่องที่นำมาเขียนก็เอามาจากเรื่องของเพื่อนบ้าง อะไรบ้าง และเราก็ไปตระเวนตามมหาลัยต่างๆ ส่วนใหญ่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเรื่องจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมอคนนั้น สัตวแพทย์คนนี้ เรื่องของเด็ก มช.คนนั้นคนนี้ หมายถึงว่าเค้าโครงเป็นเรื่องจริง แต่ว่ารายละเอียดจะไม่จริง ดีเทลบางดีเทลเราอาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสนุกสนานในตัวเนื้อเรื่อง

 

0 บอกได้ไหมว่าทำไมนิยายชุดนี้ถึงได้โดนใจคนอ่านมากขนาดนั้น?

 

คงเป็นเพราะว่าผมกล้าเขียนในสิ่งที่ไม่มีใครเขาเอามาเขียน อย่างที่บอกว่าคนมันอยากพูดอยู่ในใจ อยากด่า อยากว่าผู้ชายคนนี้ และผู้ชายคนนี้ก็อยากว่าผู้หญิงคนนี้ หรือว่าเวลาจีบกันวิธีการก็น่าจะมีลูกเล่นหน่อย มันจะได้สนุก แต่ไม่มีใครกล้าทำ เพราะว่าสภาพสังคมสมัยนั้นผู้หญิงกับผู้ชายยังไม่กล้า แต่เรากล้าให้เขาทำ กล้าให้เขาคิด กล้าให้เขาพูด นั่นคือสิ่งที่เรากล้าเขียนออกมา เลยไปโดนใจคนอ่าน

 

0 เมื่อเทียบกับนิยายรักยุคนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

 

หลังจากนิยายรักของเราขึ้นมาแล้วก็จะมีนิยายรักเกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ อีกมากมาย มีกลอนเปล่า มีเรื่องรักโน่นรักนี่ มีเรื่องหวานแหววขึ้นมา สุดท้ายระยะหนึ่งก็กลายเป็นการ์ตูน และมาเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น จากการ์ตูนญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องของเกาหลี เรื่องของอะไรต่ออะไรเข้ามา และกลายเป็นนิยายรักเกาหลี จะเห็นว่าหน้าปกเป็นรูปการ์ตูน แต่ข้างในเป็นนิยาย ซึ่งเหมือนเขาพยายามเขียนอะไรที่สนุกสนานหวานแหววมาให้กับนักอ่านสมัยนี้ได้ชอบกัน

 

เมื่อก่อนความรักของคนช่วงวัยกว่าจะเกิดขึ้นมันจะช้า แต่ปัจจุบันนี้ช่วงวัยที่เกิดความรักเร็วมาก อายุ 11-12 ปีก็เกิดความรักแล้ว ด้วยความที่สื่อสารมวลชน และ communication เห็นได้ชัดมากขึ้น เลยไปเซิร์ฟความรักของเด็กวัยใสวัยโน้นวัยนี้มากมาย ไม่มีอะไรที่ขายได้ดีที่สุดเท่ากับว่านำเรื่องความรักไปให้เด็ก สมัยนี้กลายเป็นว่านิยายรักเต็มไปหมดเลย ซึ่งบางครั้งผมคิดว่าโดยเนื้อหาและแนวทางเรื่องไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนัก แต่โดยส่วนใหญ่เขาก็ทำกันได้ดี สำคัญที่สุดคือทำให้คนรักการอ่านมากขึ้นก็โอเคแล้ว

 

0 สมัยก่อนนิยายรักยังมีเสน่ห์แบบไทยๆ แต่สมัยนี้อิทธิพลของต่างประเทศเข้ามาเยอะมาก?

 

เมื่อก่อนจะรักกันก็ลำบาก และมีรากของความเป็นไทยจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้มีรากของอิทธิพลเกาหลี หน้าตาเกาหลี หรือเทรนด์เกาหลี หรืออะไรต่างๆ หรืออยากเป็นเจ้าชายองค์รัชทายาทบ้าง เด็กวัยรุ่นสมัยนี้แก่นรากเขาไม่ค่อยแน่นเหมือนเมื่อก่อน เหมือนกับว่าทำให้เขาเสียได้ง่ายได้เร็ว อะไรที่มีอิทธิพลทางด้านแมส ทางด้านสื่อสารมวลชนมากขึ้น ทำให้เขาไปอยู่ในวังวนตรงนั้นมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นมีใครจะไปแก้ไขอะไรมากมายเท่าไร

 

เหมือนเป็นกระแสลมเพลมพัด เป็นแฟชั่น อิทธิพลจากทีวีบ้าง อะไรบ้าง ตอนนั้นอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยปี 1 ถึงจะเริ่มมีความรัก สมัยนี้ถอยลงไปจนกระทั่งถึงชั้นมัธยม 1-2 แต่ถ้าดูแล้วอาจจะยังไม่ถึงข้อที่เสียหาย ยังมีดีตรงที่ว่าตอนนี้ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่ก้าวเข้ามาก็ไปจัดเรทของทีวี ซึ่งต่อไปหนังสือก็น่าจะมีการจัดเรทให้ชัดเจนเหมือนกันว่าเรทนี้น่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ๆ ให้ชัดเจนขึ้นสำหรับวงการหนังสือเมืองไทย

 

0 ถ้ามองแง่ของหนังรักบ้างล่ะ?

 

ช่วงนั้นก็ทำกันขึ้นมาเยอะ สนุกดี เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ในสมัยนั้น แต่ถ้าเทียบกับหนังรักยุคนี้ก็ยังงงอยู่ มีบางเรื่องเท่านั้นที่รุ่นน้องนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เขาเอามาทำและเราก็ชื่นชมเขา อย่างพวกของ 'เก้ง' (จิระ มะลิกุล) ที่เขามาทำอย่าง 'เพื่อนสนิท' หรือ 'seasions change' คือเรื่องยังใส อย่าลืมว่าจริงๆ แล้วเด็กในวัยต่างๆ เขายังมีความใสอยู่นะ ในความใสของเขา โอเคมันจะมีบางสิ่งบางอย่างซึ่งมีเสน่ห์ดึงดูดคนดูได้ อย่าง 'seasion change' ทำไมคนไปดูกันเยอะ มันมีอะไรเหรอ จริงๆ แล้วมันก็คือความน่ารักใสๆ ของเด็ก แต่บางทีไปทำวัยรุ่นที่มากเกินไป กลายเป็นรับกันไม่ค่อยได้

 

0 มุมมองความรักของคนหนุ่มสาวต่างกัน?

 

ความรักสมัยนั้นยังเป็นอะไรที่ยังอยู่ในกรอบมากกว่า ขอบเขตของความรักกับเซ็กซ์ยังถูกขีดกรอบไว้อยู่ในแนวที่ชัด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ชัด รักกับเซ็กซ์ปนๆ กัน รัก ชอบ เซ็กซ์ ปนกันไปหมด พอเซ็กซ์เริ่มเข้ามามากขึ้น ทำให้ความเสื่อมของความรัก หรือความเสื่อมของความผูกพันของคนเกิดเร็วมากขึ้น หายไปเร็วมากขึ้น

 

0 คิดว่าเด็กสมัยนี้อ่านแล้วจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?

 

มองอย่างนี้ว่าความรู้สึกของเด็กที่อ่านคือเขาจะไม่สนโลเคชัน เพราะโลเคชันมันเปลี่ยนแล้ว เขารู้แต่ว่านี่คือจุฬาฯ นี่คือธรรมศาสตร์ อ้อ..สมัยนั้นมีอย่างนี้เหรอ จุฬาฯ มีอย่างนี้เหรอ แต่เขาจะสนใจเรื่องความเป็นไปของมุข เรื่องของคนสองคนซึ่งจะมีมุขซึ่งกันและกัน จะโยนมุขซึ่งกันและกันว่าเป็นยังไง ทั้งที่บอกว่าสมัยนี้มุขนี้เจ๋งมาก มุกนี้ใหม่มาก แต่จริงๆ สมัยนั้นเขาเล่นมุขนี้กันมาแล้ว จะเป็นอะไรทำนองนี้ ทำให้เขามีความรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรบางสิ่งบางอย่างมากขึ้น

 

0 ถ้าให้กลับมาเขียนนิยายแนวนี้อีกคิดว่าจะสามารถเขียนได้ไหม?

 

เขียนไม่ได้ ต้องให้ลูกชายมาเขียนแทน (หัวเราะ) เพราะว่าเข้ากับอารมณ์ของคนสมัยนี้ไม่ได้ คำพูดคำจาเขาก็ไม่เหมือนเราแล้วนะ ศัพท์ สถานที่เที่ยว อะไรต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนที่เที่ยวจะเป็นที่ไม่ไกลนัก และบางทีก็ไปตามชายทะเล ไปตามต่างจังหวัด ไปตามเขาใหญ่ เมื่อก่อนมีชอตทริป มีลองทริป แต่เดี๋ยวนี้บางทีเขาก็ไปกันเอง ไปโน่นไปนี่ของเขาเอง

 

0 อยากสื่อสารอะไรไปถึงคนอ่านรุ่นใหม่บ้าง?

 

อยากให้ได้อ่านกัน อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าถึงแม้เวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รากฐานของความรักไม่เคยเปลี่ยน และความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม อยากจะให้รักษากันไว้ และเก็บเอาไว้เป็นพลังในการที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ความสุขหรือความก้าวหน้าในชีวิต มากกว่าที่จะเอาความรักนั้นมาทำให้บั่นทอนชีวิตตัวเราเอง

 

โดยเฉพาะสังคมทุกวันนี้คิดว่าความรักคือสายใยที่งดงามของคนในสังคม 0

 

-----------------------------------------------------------------

 

หลากเส้นทางของ 'ศุภักษร'

 

ศุภักษร เป็นนามปากกาของ ศุภวัฒน์ จงศิริ ชายหนุ่มจากนครศรีธรรมราช จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่เป็นนิสิตอยู่นั้นเขาก็เริ่มมีผลงานเขียนกลอนเปล่า บทละครวิทยุ และบทละครโทรทัศน์ เมื่อเรียนจบจึงเข้าทำงานในบริษัทโฆษณา ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกหนังสืออย่างเต็มตัว ด้วยผลงานสร้างชื่อ นิยายรักนักศึกษา ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสาวสยาม ซึ่งต่อมาก็ได้รับการรวมเล่มครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์บงกช เมื่อปี 2520 และได้สร้างปรากฏการณ์ขายดี ทำให้เขาต้องเขียนงานชุดนี้ต่อเนื่องตามมาอีกหลายปี นับจำนวนรวมทั้งสิ้น 22 เล่มด้วยกัน

 

คงเป็นเพราะขณะนั้นเขาเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ด้วยอายุที่ยังน้อย ทำให้เขาเข้าอกเข้าใจว่าผู้อ่านวัยรุ่นของเขาชอบอะไร สนใจอะไร เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่วัยรุ่นทั้งหลายจะชื่นชอบผลงานของเขา นั่นก็เพราะทั้งคนเขียนและคนอ่าน 'พูดจาภาษาเดียวกัน'

 

ระหว่างนั้นสำนักพิมพ์บงกชเองก็ได้ออกนิตยสารชื่อเดียวกับสำนักพิมพ์ โดยมอบให้ 'ศุภักษร' เป็นบรรณาธิการ ซึ่งหลายคนกล่าวว่านิตยสารบงกช คือนิตยสารวัยรุ่นเล่มแรกของประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่ผิดที่จะเรียกว่าเขาคือบรรณาธิการนิตยสารวัยรุ่นคนแรกของเมืองไทย

 

ด้วยความโด่งดังของ 'นิยายรักนักศึกษา' นี่เองที่ทำให้เขาถูกชักชวนเข้าสู่วงการภาพยนตร์ และผลงานการกำกับเรื่องแรกของเขาคือ 'รักทะเล้น' ก็ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังไทยยุคนั้นเป็นอย่างมาก อีกทั้งรายได้ของหนังที่ทำเงินติดอันดับ ก็ทำให้ในที่สุด เขาต้องทิ้งงานเขียนเพื่อไปเป็นคนทำหนังอย่างจริงจัง ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการปิดฉาก 'นิยายรักนักศึกษา' ไปโดยปริยาย

 

ตัวอย่างผลงานภาพยนตร์ที่โด่งดัง อาทิเช่น วันวานยังหวานอยู่, วันนี้ยังมีเธอ, สยามสแควร์, หยุดหัวใจไว้ที่รัก เขาสร้างภาพยนตร์ได้ 21 เรื่องก็หยุดงานด้านนี้แล้วหันไปเป็นผู้จัดการฝ่ายการผลิตและครีเอทีฟให้บริษัท นิธิทัศน์ จำกัด ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่มีอิทธิพลมากเมื่อสองทศวรรษที่แล้ว เขายังสร้างผลงานละครโทรทัศน์ออกสู่สายตาผู้ชมอีกกว่า 20 เรื่อง

 

เวลาต่อมาเขาก็เบนเข็มมาสร้างชื่อในด้านการจัดคอนเสิร์ตด้วยรูปแบบที่แปลกแหวกแนว ซึ่งนี่เองที่เป็นพื้นฐานที่โยงมาสู่อาชีพออร์แกไนเซอร์ รับจัดงานในนามบริษัท คอมอาร์ตโปรดักชั่น จำกัด โดยมีตัวเขาเองเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยเฉพาะงานพิธีการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติ ล่าสุดคืองานราชพฤกษ์ 2549 ที่เชียงใหม่ ปัจจุบัน 'ศุภักษร' มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ 'ศุภักษร จงศิริ' เขายังคงเป็นผู้ชายอารมณ์ดี และมีความสุขในอาชีพที่เขารัก

 

ทว่าสำหรับงานเขียนหนังสือนั้น เขาสารภาพว่าได้วางมือแล้วโดยสิ้นเชิง 0

 

----------------------------------------------

 

ห้วงแห่งรักของ 'ศุภักษร'

 

เรื่องสั้นชุด 'นิยายรักนักศึกษา' 22 เล่ม 1.นิยายรักนักศึกษา 2.รักพิลึกของนักศึกษา 3.ไฟรักของนักศึกษา 4.ทะเล้นรักนักศึกษา 5.รักข้ามรั้วของนักศึกษา 6.รักมันๆ ของบัณฑิต 7.วุ่นรักนักศึกษา 8.อร่อยรักนักศึกษา 9.กะล่อนรักนักศึกษา 10.พิเรนทร์รักนักศึกษา 11.เซ่อรักนักศึกษา 12.ยิ้มรักนักศึกษา 13.หัวเราะรักนักศึกษา 14.คะแนนรักนักศึกษา 15.ประตูรักนักศึกษา 16.ลองรักนักศึกษา 17.รักน่ารักนักศึกษา 18.มอบรักนักศึกษา 19.เรียนรักนักศึกษา 20.ยอกย้อนรักนักศึกษา 21.หวานรักนักศึกษา 22.สุดทางรักนักศึกษา

 

เรื่องสั้น เรื่องยาว ความเรียง และอื่นๆ 14 เล่ม 1.ดอกไม้ในรูหู 2.สามใบเถา 1 3.สามใบเถา 2 4.ไอ้แย้ ต.จ.ว. 5.ชีวิตรักศุภักษร-ปนัดดา 6.เด็กชายก๊องส์ 7.เธอกับฉัน 8.จิตแพทย์หมายเลข 7 ชุดที่ 1 9.ริมหน้าต่าง 10.เส้นทางสีชมพู 1 11.เส้นทางสีชมพู 2 12.อาจารย์อ้วนสติเฟื่อง 13.พ่อ-แม่-ลูก 14.นวนิยายหลายรส ชุดที่ 2

 

 

พรชัย จันทโสก jantasok@yahoo.com

http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20061203/news.php?news=column_22309355.html

แนะนำเมื่อ 29ต.ค. 55
1ความคิดเห็น
Share

ความคิดเห็นที่ 1

อยากให้มีนิยาย แนวนี้เยอะๆจัง

19:08:25 | 28 ส.ค. 56
tatananfa

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 4,325,428 ครั้ง