แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมผลการเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับ

 

บรรเจอดพร รัตนพันธุ์ (2540)  นิสิตปริญญาเอก  คณะครุศาสตร์  สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมผลการเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับ   กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีความสามารถทางการอ่านต่ำโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์)จำนวน 40 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มละ 10 คน กลุ่มที่ 1 ฝึกอ่านซ้ำ 3 ครั้ง กลุ่มที่ 2 ฝึกอ่านซ้ำ 4 ครั้ง กลุ่มที่ 3 ฝึกอ่านซ้ำ 5 ครั้ง กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มควบคุมผลการวิจัยพบว่า  การทดลองใช้รูปแบบ ซึ่งศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ จำนวน 24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 12 คนโดยกำหนดให้นักเรียนด้อยสัมฤทธิ์กลุ่มทดลอง รับบทบาทเป็นนักเรียนผู้สอนเสริมวิชาภาษาไทย โดยเน้นทักษะความเข้าใจในการอ่าน ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับร้อยละ 30-39 จำนวน 36 คน ได้ผลการทดลองว่า  คะแนนเฉลี่ยจากผลการสอบหลังการทดลองของกลุ่มทั้งสองไม่แตกต่างกัน แต่พบว่าจำนวนนักเรียนกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบการรับรู้ความสามารถของตนเอง สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม และนักเรียนกลุ่มทดลองทุกคนมีร้อยละของเวลาที่แสดงพฤติกรรมตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้น 

บรรเจอดพร รัตนพันธุ์.  (2540).  การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมผลการเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับ.  วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตค.ด.(หลักสูตรและการสอน). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  อาจารย์ที่ปรึกษา: รศ.ดร.จันทร์เพ็ญ เชื้อพานิชรศ ดร.ทวีวัฒน์ ปิตยานนท์.

 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมผลการเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับและศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบ ในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้ ความสามารถของตนเอง ฐานะทางสังคมมิติ และพฤติกรรมตั้งใจเรียน ในการพัฒนารูปแบบนั้นพัฒนาจากกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ พัฒนาการทางบุคลิกภาพของเด็กวัย 6-12 ปี แนวคิดการจัดการเงื่อนไขผลกรรม การเรียนรู้ด้วยการสังเกตการรับรู้ความสามารถของตนเอง แนวคิดเรื่องความจำระยะยาว และเทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับ 

 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. รูปแบบการส่งเสริมผลการเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการสอนเสริมเพื่อนต่างระดับ มีวัตถุประสงค์ของรูปแบบเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้ความสามารถของตนเองฐานะทางสังคมมิติ และพฤติกรรมตั้งใจเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ระดับประถมศึกษาและมีโครงสร้าง 5 ส่วนคือ (1) ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ นักเรียนด้อยสัมฤทธิ์(2) กระบวนการของรูปแบบ ได้แก่ การกำหนดให้นักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ รับบทบาทเป็นนักเรียนผู้สอนเสริม ดำเนินการสอนเสริมให้แก่นักเรียนระดับชั้นต่ำกว่า ที่มีผลการเรียนในระดับร้อยละ 30-39 โดยมีกิจกรรมหลัก 3 ขั้น คือกิจกรรมการเตรียม กิจกรรมการสอนเสริม และกิจกรรมการประเมินผล (3) ผลผลิตของรูปแบบ ได้แก่ นักเรียนด้อยสัมฤทธิ์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้ความสามารถของตนเอง ฐานะทางสังคมมิติ และพฤติกรรมตั้งใจเรียนสูงขึ้น (4) กลไกควบคุมของรูปแบบ ได้แก่ การกำหนดคุณสมบัติของนักเรียนในรูปแบบ การดำเนินงานของครูผู้ใช้รูปแบบ และ การสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้องในการใช้รูปแบบ (5) ข้อมูลป้อนกลับของรูปแบบ ได้แก่ ผลของการใช้รูปแบบในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้ความสามารถของตนเอง ฐานะทางสังคมมิติ และพฤติกรรมตั้งใจเรียนของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ 
  2. การทดลองใช้รูปแบบ ซึ่งศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2539 โรงเรียนเสนานิคม กรุงเทพมหานคร จำนวน24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 12 คนโดยกำหนดให้นักเรียนด้อยสัมฤทธิ์กลุ่มทดลอง รับบทบาทเป็นนักเรียนผู้สอนเสริมวิชาภาษาไทย โดยเน้นทักษะความเข้าใจในการอ่าน ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับร้อยละ 30-39จำนวน 36 คน ได้ผลการทดลองซึ่งทดสอบนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ใน 4 ด้านคือ (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า คะแนนเฉลี่ยจากผลการสอบหลังการทดลองของกลุ่มทั้งสอง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่พบว่าจำนวนนักเรียนกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบการรับรู้ความสามารถของตนเอง สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญ (3) ฐานะทางสังคมมิติจำนวนนักเรียนกลุ่มทดลอง ที่มีคะแนนจากแบบวัดฐานะทางสังคมมิติ สูงขึ้นจากก่อนการทดลอง มีมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ แต่พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลอง ของกลุ่มทั้งสอง(4) พฤติกรรม ตั้งใจเรียน นักเรียนกลุ่มทดลองทุกคนมีร้อยละของเวลาที่แสดงพฤติกรรมตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้น 
แนะนำเมื่อ 22ก.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,463,698 ครั้ง