แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรของนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร

โสมนภา ผดุง. (2553). นิสิตปริญญาโท สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้ทำวิจัยเรื่อง การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรของนิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเปรียบเทียบการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไป จำนวน 30 ชื่อเรื่อง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่ม คือ นิสิตระดับปริญญาตรีปีที่ 1-4 มหาวิทยาลัย 4 แห่งในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 550 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสาขาวิชา ชั้นปี และเพศ ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1) การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไปจำนวน 30 ชื่อเรื่องของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรของนิสิต ในจำนวนหนังสือดี 30 ชื่อเรื่อง มีชื่อเรื่องที่มีจำนวนนิสิตเคยอ่านสูงสุด 4 รายการ ได้แก่ ธรรมะติดปีก แกะรอย DNA แกะรอยไอน์สไตน์ : ชีวิต ผลงาน และความสำเร็จ และอมตะ 2) เปรียบเทียบการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไป จำนวน 30 ชื่อเรื่องของกลุ่มตัวอย่าง ตามตัวแปรเพศ ชั้นปี สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ไม่มีความแตกต่างในทุกตัวแปร 3) การได้รับประโยชน์จากเนื้อหาสาระที่ได้จากการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อประโยชน์ที่ได้จากการอ่าน โดยรวมในระดับมาก

โสมนภา ผดุง. (2553). การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรของนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.คณะกรรมการควบคุม: อาจารย์ ดร.อารีย์ ชื่นวัฒนา, รองศาสตราจารย์ พวา พันธุ์เมฆา.

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไป จำนวน 30 ชื่อเรื่อง ของนิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตามเพศ ชั้นปี สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นิสิตระดับปริญญาตรีปีที่ 1-4 มหาวิทยาลัย 4 แห่งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 550 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสาขาวิชา ชั้นปี และเพศ

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินรายชื่อหนังสือดีวิทยาศาสตร์ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่า t-test และ F-test และไคสแควร์

ผลการวิจัย มีดังนี้

  1. การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไปจำนวน 30 ชื่อเรื่อง ของนิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า การอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรของนิสิต ในจำนวนหนังสือดี 30 ชื่อเรื่อง มีชื่อเรื่องที่มีจำนวนนิสิตเคยอ่านสูงสุด 4 รายการ ได้แก่ ธรรมะติดปีก แกะรอย DNA แกะรอยไอน์สไตน์ (1): ชีวิต ผลงาน และความสำเร็จ และอมตะ ส่วนชื่อเรื่องที่นิสิตจำนวนน้อยเคยอ่าน มี 13 รายการ

  2. เปรียบเทียบการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรรประเภทบันเทิงคดี สารคดีและความรู้ทั่วไป จำนวน 30 ชื่อเรื่อง ของนิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร ตามตัวแปรเพศ ชั้นปี สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ไม่มีความแตกต่างในทุกตัวแปร

  3. ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรร 4 ชื่อเรื่องที่มีค่าร้อยละของการอ่านสูงสุด จำแนกตามตัวแปร เพศ สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ไม่พบความแตกต่างในทุกตัวแปร

  4. ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรร 4 ชื่อเรื่องที่มีค่าร้อยละของ การอ่านสูงสุด จำแนกตามชั้นปี พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 1 ชื่อเรื่อง คือ ธรรมะติดปีก โดยที่นิสิตชั้นปีที่ 2 และ 3 มีสัดส่วนของกลุ่มผู้ที่เคยอ่านสูงกว่าชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 4

  5. ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรร 13 ชื่อเรื่องที่มีค่าร้อยละของการอ่านต่ำสุด จำแนกตามเพศ พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 4 ชื่อเรื่อง โดยที่สัดส่วนของกลุ่มที่ไม่เคยอ่านเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย

  6. ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรร 13 ชื่อเรื่องที่มีค่าร้อยละของการอ่านต่ำสุด จำแนกตามชั้นปี พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 3 ชื่อเรื่อง โดยที่สัดส่วนของกลุ่มที่ไม่เคยอ่านเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 4 สูงที่สุด และอีก 1 ชื่อเรื่องมีสัดส่วนของกลุ่มที่ไม่เคยอ่านเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4 สูงกว่านิสิตชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3

  7. ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ที่คัดสรร 13 ชื่อเรื่องที่มีค่าร้อยละของการอ่านต่ำสุด จำแนกตามสาขาวิชา พบว่า ไม่พบความแตกต่างทุกชื่อเรื่อง

  8. การได้รับประโยชน์จากเนื้อหาสาระที่ได้จากการอ่านหนังสือดีวิทยาศาสตร์ พบว่า นิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร มีความคิดเห็นต่อประโยชน์ที่ได้จากการอ่าน โดยรวมในระดับมาก

     

     

     

     

     

แนะนำเมื่อ 23มิ.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,334,369 ครั้ง