แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

งานวิจัย : การเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย และแบบฝึกภาพการ์ตูน

 

พิณเพชร  บูรณภิญโญ (2545)นิสิตปริญญาโท  คณะศึกษาศาสตร์  สาขาวิชาการสอนภาษาไทย  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ได้ทำการวิจัยการเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย และแบบฝึกภาพการ์ตูน  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนปัญญาวรคุณ    จำนวน 90 คน  ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่ายแบบฝึกภาพการ์ตูนและไม่ใช้แบบฝึกมีความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์แตกต่างกัน  โดยนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูนมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่ายและไม่ใช้แบบฝึก 2. ความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงแตกต่างกัน โดยนักเรียนหญิงมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชาย 3. ความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงที่เรียนรู้โดยวิธีต่างกันมีปฏิสัมพันธ์กัน  และนักเรียนหญิงที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูนมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด

พิณเพชร บูรณภิญโญ.  (2545).  การเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย และแบบฝึกภาพการ์ตูน.  วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(การสอนภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.  อาจารย์ที่ปรึกษา:  ผศ.สมพร ร่วมสุข, มณฑนา วัฒนถนอม, ผศ.ดร.นิคม ตังคะพิภพ.

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงที่มีวิธีการเรียนรู้ต่างกัน  คือ  วิธีเรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย  กับวิธีเรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูน  และวิธีเรียนโดยไม่ใช้แบบฝึก  กลุ่มตัวอย่างคือ  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนปัญญาวรคุณ    ปีการศึกษา 2544 จำนวน 90 คน โดยกำหนดระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์  

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ 1) แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่ แบบฝึกภาพถ่าย และแบบฝึกภาพการ์ตูน ชนิดละ 13 แบบฝึก 2) แผนการสอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 13 แผน ส่วนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบทดสอบการเขียนเรียงความจากภาพ และตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์การเขียนเรียงความ 20 คะแนน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบตัวแปรอิสระ 2 ตัว เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนที่มีเพศต่างกัน 3 กลุ่ม คือ  กลุ่มที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย  กลุ่มที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูน  และกลุ่มที่เรียนโดยไม่ใช้แบบฝึก 

 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่าย แบบฝึกภาพการ์ตูนและไม่ใช้แบบฝึกมีความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 และ นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูนมีคะแนน เฉลี่ยสูงกว่านักเรียนโดยใช้แบบฝึกภาพถ่ายและไม่ใช้แบบฝึก 
  2. ความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนหญิงมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชาย 

  3. ความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชายและนักเรียน หญิง ที่เรียนรู้โดยวิธีต่างกัน มีปฏิสัมพันธ์กันที่ระดับ .01 และนักเรียน หญิงที่เรียนโดยใช้แบบฝึกภาพการ์ตูนมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด

แนะนำเมื่อ 19พ.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่